Ferrari F8 Spider ม้าลำพอง ขุมพลัง V8

เฟอร์รารี่เผยโฉม F8 Spider สปอร์ตคาร์เปิดประทุนรุ่นล่าสุด พร้อมเครื่องยนต์ V8 วางกลางที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฟอร์รารี่ F8 Spider ได้รับการรังสรรค์ขึ้นพร้อมๆ กับ F8 Tributo มาพร้อมกับหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ (RHT – Retractable Hard Top) ที่มีประสิทธิภาพสูงของค่ายม้าลำพอง สมาชิกใหม่คันนี้ สืบทอดมาจาก 308 GTS รถสปอร์ต V8 เปิดประทุนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้นในปีค.ศ. 1977 อาจไม่สุดขั้วเหมือนกับ 488 Pista Spider ทว่ามีความสปอร์ตกว่า 488 Spider ซึ่งเป็นรุ่นที่ F8 Spider เข้ามาแทนที่

ด้วยเหตุนี้ F8 Spider จึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถสปอร์ตเปิดประทุน มอบประสบการณ์การขับขี่อันแสนพิเศษด้วยเพอร์ฟอร์มานซ์ที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและการบังคับควบคุมซึ่งไม่มีใครเทียบเคียงได้ F8 Spider ได้หลอมรวมสมรรถนะและความสะดวกสบายในการขับขี่เข้าไว้ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว รถสปอร์ตเปิดประทุนจาก Ferrari คันนี้ จึงเป็นยนตรกรรมที่ประสานความน่าเกรงขามของเครื่องยนต์ 8 สูบ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ เข้ากับความเพลิดเพลินในทุกการขับขี่ ได้อย่างเหนือชั้น

ขุมพลัง V8 ยกระดับมาตรฐานแห่งเพอร์ฟอร์มานซ์ขึ้นไปอีกขั้น ไม่เพียงแค่ในกลุ่มของเครื่องยนต์เทอร์โบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องยนต์ทุกชนิดที่มีอยู่อีกด้วย ขุมพลังนี้พัฒนาต่อเนื่องมาจากเครื่องยนต์ V8 ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ  “International Engine of the Year Award” ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน (2016, 2017, 2018 และ 2019) นอกจากนั้นยังได้รับเลือกให้เป็นเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมที่สุดในช่วง 2 ทศวรรษอีกด้วย นี่คือความสำเร็จที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์

 

F8 Spider เข้ามาทดแทนรุ่น 488 Spider และถูกปรับปรุงในทุกรายละเอียด นอกจากเครื่องยนต์จะมีพลังเพิ่มขึ้น 50 แรงม้าแล้ว เฟอร์รารี่รุ่นใหม่คันนี้ยังมีน้ำหนักเบากว่าเดิม 20 กิโลกรัม F8 Spider หนักกว่า 488 Pista Spider เพียง 20 กิโลกรัม และยังมีประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดียิ่งขึ้นจากการใช้ระบบ Side Slip Angle Control รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่น 6.1 อีกด้วย

 

เครื่องยนต์ (ENGINE)

ในโลกแห่งยนตรกรรม เครื่องยนต์ V8 ของเฟอร์รารี่ ถูกขนานนามว่าเป็นขุมพลังที่ดีเลิศทั้งในเรื่องของความดุดันและความเร้าใจในทุกการขับขี่ สิ่งนี้ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเมื่ออยู่ในรถยนต์สองที่นั่งเครื่องยนต์วางกลางลำ เฟอร์รารี่ได้รับการยกย่องมากว่า 4 ทศวรรษในฐานะรถยนต์ที่มีแฮนด์ลิ่งสมบูรณ์แบบที่สุด จากการบาลานซ์น้ำหนักได้อย่างยอดเยี่ยม

รายละเอียดทางเทคนิคของขุมพลัง V8 นั้น ยากที่จะหาใครมาเทียบชั้น เครื่องยนต์ความจุ 3,902 ซีซี. ปลดปล่อยพลังได้ถึง 720 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที และยังมีอัตราส่วนแรงม้าต่อความจุอันน่าประทับใจที่ 185 แรงม้า/ลิตร แรงบิดสูงสุดมีให้ใช้มากขึ้นในทุกๆ ย่านความเร็วของรอบเครื่องยนต์ และพีคสุดที่ 770 นิวตันเมตร ที่ 3,250 รอบ/นาที

วันนี้ เครื่องยนต์ V8 ของเฟอร์รารี่ พัฒนาจนกลายเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรม ขุมพลังนี้ได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ทุกตัวที่สร้างจากมาราเนลโล ทั้งในเรื่องของการถ่ายทอดกำลังให้ราบรื่น, เร่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด และปราศจากการรอรอบของเทอร์โบ ร่วมด้วยเสียงคำรามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งได้มาจากการใช้ระบบระบายไอเสียแบบใหม่

นอกจากนั้น F8 Spider ยังมอบสุนทรียภาพในการขับขี่อย่างแท้จริง การบังคับควบคุมซึ่งสอดประสานลงตัวกับพละกำลังของเครื่องยนต์ ได้มาจากการปรับปรุงไดนามิกส์ของรถ ซึ่งนั่นรวมถึงการใช้ระบบ Ferrari Dynamic Enhancer (FDE+) เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ที่ตอนนี้สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีผ่านโหมด RACE ของสวิตช์ Manettino ช่วยให้ผู้ขับเข้าถึงขีดจำกัดแห่งสมรรถนะได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มพลังเข้าไปอีก 50 แรงม้า (เมื่อเทียบกับรุ่น 488 Spider) จึงมีการนำเอาระบบไอดีของ 488 Challenge มาใช้ ช่องดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ของ F8 Spider ถูกย้ายจากด้านข้างของตัวรถ มาอยู่ที่ทั้งสองฝั่งของสปอยเลอร์ และต่อตรงไปยังท่อร่วมไอดี ช่วยลดการสูญเสียอากาศและให้การใหลเวียนที่ยอดเยี่ยมเข้าสู่เครื่องยนต์ ส่งให้สร้างแรงม้าได้มากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้น แรงดันที่เกิดจากรูปทรงของสปอยเลอร์ท้ายรถยังเป็นส่วนช่วยเสริมให้การไหลของอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ระบบช่วยออกตัว Adaptive Performance Launch จะวิเคราะห์การยึดเกาะของยางขณะที่รถกำลังเร่งความเร็ว จากนั้นระบบอิเล็กทรอนิกส์จะควบคุมแรงบิดให้เหมาะสมกับระดับการยึดเกาะถนน ช่วยลดการลื่นไถลของล้อให้น้อยที่สุด เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ดีที่สุด

กลุยทธ์ “Wall Effect” ที่นำมาใช้ในการจำกัดรอบเครื่องยนต์ คืออีกขั้นของขีดสุดแห่งสมรรถนะเครื่องยนต์ แทนที่จะค่อยๆ จำกัดรอบเครื่องไปจนถึงลิมิต ระบบจะตัดการทำงาน ต่อเมื่อถึงเรดไลน์ที่ 8,000 รอบ/นาที เท่านั้น ช่วยให้พลังของเครื่องยนต์ยังคงมีให้ใช้เต็มที่ในขณะขับขี่ และยังช่วยให้การทำเวลาต่อรอบในสนามแข่งเร็วขึ้นอีกด้วย

ระบบจัดการแรงบิดแบบแปรผัน “Variable Torque Management” ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งของเฟอร์รารี่ ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อรับมือกับความดุดันของ F8 Spider แรงบิดถูกออกแบบใหม่เพื่อให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างงราบรื่นนุ่มนวล และเปี่ยมด้วยพลังตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงเรดไลน์ แรงบิดสูงสุดมีมากกว่า 488 Spider ถึง 10 นิวตันเมตร และมีให้ใช้ตั้งแต่ในรอบเครื่องที่ต่ำกว่า

นอกจากนั้น เครื่องยนต์ของ F8 Spider ยังสืบทอดการลดน้ำหนักมาจาก 488 Pista ส่งให้ตัดน้ำหนักของเครื่องยนต์ออกไปได้ถึง 18 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ 488 Spider การลดน้ำหนักให้กับชิ้นส่วนที่หมุนและเคลื่อนไหว เช่น ก้านสูบไทเทเนี่ยม, ข้อเหวี่ยง และฟลายวีล ช่วยให้เครื่องยนต์หมุนสู่รอบสูงได้ในพริบตา เช่นเดียวกับที่ผู้ขับจะเห็นได้จากเข็มวัดรอบที่กวาดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่เปลี่ยนเกียร์ และตอนเร่งความเร็วด้วยเกียร์ต่ำ การลดน้ำหนักให้กับชิ้นส่วนที่หมุนหรือเคลื่อนที่เหล่านี้ ยังช่วยลดแรงเสียดทานขณะเครื่องยนต์ทำงานลงถึง 17 เปอร์เซนต์อีกด้วย

เพียงแค่ท่อร่วมไอเสียที่ผลิตขึ้นจากวัสดุ Inconel (โลหะในกลุ่ม Superalloy) แบบเดียวกับที่ใช้ใน 488 Challenge เพียงอย่างเดียว ก็ช่วยลดน้ำหนักเครื่องยนต์ลงไปได้ถึง 9.7 กิโลกรัม การระบายไอเสียได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ตั้งแต่เทอร์โบไปจนถึงปลายท่อ เพื่อรังสรรค์เสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับรถสุดพิเศษคันนี้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเสียงอันไร้ที่ติ ที่เปล่งออกจากเครื่องยนต์ได้อย่างหนักแน่นและเปี่ยมคุณภาพ ทั้งยังมีตัวกรองอนุภาคน้ำมันเบนซิน (GPF – Gasoline Particulate Filter) แบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การออกแบบ (DESIGN)

F8 Spider ได้รับการออกแบบโดย Ferrari Styling Centre สืบสานทิศทางการออกแบบมาจาก F8 Tributo ซึ่งเป็นตัวแทนของการเชื่อมโยงภาษาการดีไซน์แบบใหม่ เน้นย้ำให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแอโรไดนามิกส์ที่มีประสิทธิภาพสูงของ Ferrari

เมื่อต้องออกแบบรถเปิดประทุน ส่วนบนของรถจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งผลถึงภาพรวมของรถ เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ Ferrari เลือกใช้หลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ (RHT – Retractable Hard Top) เนื่องจากให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือเหตุผลที่เส้นสายต่างๆ ของ F8 Spider ถูกรังสรรค์ให้สอดคล้องกับหลังคาแบบ RHT

กุญแจสำคัญของภาพรวมการออกแบบ คือการปรับเส้นสายที่แบ่งระหว่างตัวรถและหลังคาออกจากตำแหน่งดั้งเดิมที่บริเวณช่วงไหล่ของรถไปจนถึงส่วนบนของเสากลาง (B-Pillar) ตัวหลังคามีขนาดกะทัดรัดและแบ่งเป็นสองชิ้นเพื่อให้สามารถพับเก็บเข้าไปอยู่ด้านบนของห้องเครื่องได้

หลังคาสามารถเปิด หรือยกปิด ได้ในเวลาเพียง 14 วินาที และสามารถทำงานได้ขณะที่รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม.

การตกแต่งภายนอก (EXTERIOR)

เป้าหมายที่ Ferrari Styling Centre ตั้งไว้กับ F8 Spider คือการออกแบบที่งดงามเพื่อสรรเสริญแด่เครื่องยนต์ V8 ด้วยการต่อยอดจาก F8 Tributo และนำเอาแรงบันดาลใจจากรถยนต์ V8 เครื่องวางกลาง อันเลื่องชื่อในอดีตมาปรับใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว จากดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวที่เห็นได้ชัดเจนผ่านแอโรไดนามิกส์อันรุดหน้าของตัวรถ

มุมมองด้านหน้าของรถโดดเด่นด้วยช่องดักอากาศ “S-Duct” ห้อมล้อมด้วยส่วนหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่หมด เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงการปรับปรุงแอโรไดนามิกส์ครั้งใหญ่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ชุดไฟหน้า LED แบบแนวนอน ที่มีขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น

สปอยเลอร์ท้ายได้รับการออกแบบใหม่หมดเช่นกัน มีขนาดใหญ่ขึ้นและโอบล้อมรอบๆ ชุดไฟท้าย พรางตาให้รถดูมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง และยังมีการนำชุดไฟท้ายคู่สุดคลาสสิกและหางหลังสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งเป็นสไตล์ที่เคยใช้อยู่ใน 308 GTB รถสปอร์ตหลังคาแข็ง เครื่องยนต์ 8 สูบ รุ่นแรกในตำนาน กลับมาใช้อีกครั้ง

ฝากระโปรงท้ายคือหนึ่งในความโดดเด่นสะดุดตาของ F8 Spider รูปทรงของฝาท้ายที่ดูเหมือนปลากระเบนนี้ เริ่มต้นจากสันส่วนกลางของกระจกหลัง และค่อยๆ ลาดหายกลมกลืนลงไปใต้ปีกของสปอยเลอร์ สอดรับการไหลของอากาศไปในตัว

ปีกทั้งสองที่ตั้งสูงขึ้นจากส่วนกลางของรถ และค่อยๆ ลดระดับลงจนหลอมรวมกลมกลืนไปกับตัวถัง ให้ความรู้สึกต่อเนื่องทางสายตาในทุกมุมมอง องค์ประกอบของปีกทั้งสองถูกแยกออกจากกันด้วยครีบระบายอากาศซึ่งช่วยในการนำความร้อนออกจากเครื่องยนต์ ช่องทั้งสามของครีบระบายอากาศแต่ละฝั่งบนฝาครอบเครื่องยนต์ ชวนให้นึกถึงสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถเวอร์ชั่น Coupe ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ช่องระบายอากาศมีสีดำเพื่อลดน้ำหนักและช่วยให้ภาพรวมดูสะดุดตายิ่งขึ้น

สันที่ยกสูงขึ้นมาจากฝาครอบ ไหลลื่นคดเคี้ยวต่อเนื่องไปด้านหลัง และมุดต่ำลงไปในสปอยเลอร์ที่ออกแบบมาจาก ขายึดปีกหลังแบบ Swan Neck ของรถแข่ง F1 ช่วยเพิ่มมุมมองที่โฉบเฉี่ยวและเปี่ยมด้วยพละกำลังให้กับรถ

ค็อกพิท (COCKPIT)

ห้องโดยสารของ F8 Spider ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิก และสไตล์ที่มุ่งเน้นไปยังผู้ขับ ภาพลักษณ์ที่เป็นแบบเดียวกับรถหลังคาแข็งเครื่องยนต์วางกลางของ Ferrari นำแนวคิดที่เชื่อมโยงผู้ขับและรถยนต์เข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง F1 มาใช้ ด้วยการติดตั้งสวิตช์ควบคุมทั้งหมดไว้บนพวงมาลัยรุ่นใหม่ ส่วนเบาะนั่งแบบสปอร์ตก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน

แดชบอร์ดตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังให้มุมมองที่ดูบางเบา ใช้คาร์บอนไฟเบอร์สีเงินเป็นเส้นแบ่งระหว่างส่วนบนและล่างของแดชบอร์ด ช่วยเติมเต็มภาพรวมของห้องโดยสารให้ดูปราดเปรียว และเติมเต็มแดชบอร์ดด้วยมาตรวัดแบบคลาสสิก พร้อมมาตรวัดรอบติดตั้งไว้ตรงกลาง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับออปชั่นจอระบบสัมผัส (Touchscreen) สำหรับฝั่งผู้โดยสาร คอนโซลกลางจัดวางไว้ใต้แดชบอร์ด และออกแบบให้แยกออกจากแดชบอร์ดอย่างชัดเจน เป็นอีกจุดหนึ่งที่เน้นย้ำให้เห็นถึงสัมผัสที่บางเบาของห้องโดยสาร นอกจากนั้นยังดีไซน์ให้ดูลอยตัวและเพรียวบางอีกด้วย

แอโรไดนามิกส์ (AERODYNAMICS)

F8 Spider ใช้แอโรไดนามิกส์อันล้ำสมัย และนวัตกรรมที่นำมาจากประสบการณ์การสร้างรถแข่ง GT และ Challenge ของเฟอร์รารี่ หลอมรวมสิ่งเหล่านี้เข้ากับรถเปิดประทุนเครื่องยนต์วางกลาง เพื่อกำเนิดเป็นยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ใครๆ ก็สามารถควบคุมได้

ตำแหน่งของแผงระบายความร้อนใน F8 Spider แตกต่างออกไปจากรุ่น 488 Spider เพราะทำมุมเอียงไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นผลดีต่อการลดความร้อน ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยลดการสูญเสียพื้นที่บริเวณใต้ท้องรถ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการสร้างดาวน์ฟอร์ซอีกด้วย รูปทรงของช่องที่ใช้ในการกระจายลมร้อนออกไป ก็ถูกออกแบบใหม่ให้สร้างดาวน์ฟอร์ซได้สูงสุดโดยไม่เกิดแรงต้าน ทั้งหมดนี้ช่วยให้มีประสิทธิภาพโดยรวมของรถเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับ 488 Spider

พลศาสตร์ยานยนต์ (VEHICLE DYNAMICS)

เพอร์ฟอร์มานซ์โดยรวมนั้นสูงกว่า 488 Spider อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์, การลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ผู้ขับจึงสามารถเข้าถึงสมรรถนะของรถได้โดยไม่ต้องอาศัยทักษะการขับขี่ขั้นสูง นั่นเป็นผลมาจากระบบไดนามิกส์ของรถที่ช่วยให้การขับขี่จนถึงขีดสุดทำได้ง่ายและด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น สิ่งนี้รวมถึงพวงมาลัยที่มีขนาดเล็กลงและการใช้ระบบ Dynamic Enhancer Plus แบบใหม่ เวอร์ชั่น 6.1 ของ Ferrari

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างรถสมรรถนะสูงที่ง่ายต่อการควบคุม วิศวกรของ Ferrari จึงพยายามทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และแอโรไดนามิกส์นั้นสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการทุ่มเทพัฒนาระบบควบคุมไดนามิกส์ของรถ “Side Slip Control” ซึ่งช่วยเสริมให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ถึงขีดจำกัดหลังพวงมาลัย การเปลี่ยนจากเวอร์ชั่น 6.0 ไปสู่ 6.1 ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้ระบบ Ferrari Dynamic Enhancer system (FDE+) ได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านตำแหน่ง RACE ของสวิตช์ Manettino บนพวงมาลัย

FDE คือระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์ของ Ferrari เพื่อปรับแรงดันน้ำมันเบรกที่คาลิเปอร์ เปิดตัวครั้งแรกใน 488 Pista และนำมาใช้กับ 488 Pista Spider ในเวลาต่อมา ก่อนที่เวอร์ชั่น FDE+ ซึ่งขยายฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มขึ้น จะถูกติดตั้งให้กับ F8 Tributo และ F8 Spider ระบบควบคุมจะทำงานในขณะที่รถเข้าโค้ง (แต่ไม่อยู่ในขณะที่กำลังเหยียบเบรก) ทั้งยังได้รับการเพิ่มขอบเขตการทำงานบนถนนที่มีการยึดเกาะต่ำและในโหมด RACE ด้วย

Ferrari F8 Spider

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

เครื่องยนต์

ประเภท                                                  V8 – 90° – turbo – dry sump

ปริมาตรความจุ                                      3902        cc

กำลังสูงสุด*                                           720 cv (530 kW) @ 8000 rpm

แรงบิดสูงสุด*                                        770 Nm @ 3250 rpm

อัตราส่วนแรงม้าต่อความจุ                    185          cv/l

รอบเครื่องยนต์สูงสุด                             8000        rpm

อัตราส่วนกำลังอัด                                 9.6:1

มิติและน้ำหนัก

ความยาว                                                4611        mm

ความกว้าง                                              1979        mm

ความสูง                                                  1206        mm

ความยาวฐานล้อ                                    2650        mm

ความกว้างฐานล้อหน้า                          1677        mm

ความกว้างฐานล้อหลัง                          1646        mm

น้ำหนักรถเปล่า**                                  1400        kg

อัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก              41.5% front – 58.5% rear

ความจุห้องเก็บสัมภาระ                        200          l

ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง                       78            l

ยาง

หน้า                                                        245/35 ZR 20 J9.0

หลัง                                                        305/30 ZR 20 J11.0

เบรก

หน้า                                                        398 x 223 x 38        mm

หลัง                                                        360 x 233 x 32        mm

ระบบส่งกำลัง                                         7-speed, dual-clutch F1 gearbox

ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์                 E-Diff3, F1-Trac, high performance ABS/EBD with Ferrari Pre-

Fill, FrS SCM-E, FDE+, SSC 6.1

สมรรถนะ

0-100 km/h                                        2.90 s

0-200 km/h                                        8.2 s

ความเร็วสูงสุด                                      340 km/h

เครดิต www.autospinn.com