มีบทบาทน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับในส่วนของระบบขับเคลื่อน ที่เดิมทีแล้ว รถยนต์ในยุคแรกเริ่ม มักจะใช้ระบบการขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง หรือที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันในชื่อ รถขับหลัง แต่ในยุคปัจจุบัน ระบบขับเคลื่อนรูปแบบนี้ แทบจะไม่มีให้เห็นในรถที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปแล้ว จะมีก็เฉพาะในรถระดับพรีเมี่ยม หรือรถที่มีสมรรถนะสูงๆ เท่านั้น…มันเป็นเพราะเหตุใด ?

สปอร์ตขับหลัง มรดกแห่งยุค 90

           จะว่าไปแล้ว รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ถือว่ามีคุณสมบัติที่โดดเด่นอยู่พอตัว โดยเฉพาะกับรถที่มีสมรรถนะสูง ที่เน้นความหลากหลายและยืดหยุ่นในการขยับปรับเปลี่ยน เช่น หากคุณเป็นสายซิ่งที่ต้องการจะวางเครื่องข้ามสายพันธุ์ ต้องยอมรับว่าการทำสิ่งนี้กับรถขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถทำได้ง่ายกว่ารถในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ยังมีข้อจำกัดอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่ภายในห้องเครื่อง การตัดต่อ ดัดแปลงระบบส่งกำลัง หรือแม้แต่ความเซนสิทีฟในเรื่องของอัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก ซึ่งต่างกับรถที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ที่ชิ้นส่วนในการขับเคลื่อนถูกกระจายไปยังจุดต่างๆ ทั้งดานหน้าและด้านหลัง นั่นจึงทำให้ประสิทธิภาพในการกระจายน้ำหนักโดยรวมของตัวรถทำได้ดีกว่า ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะในการขับขี่

รูปแบบการทำงานของรถขับเคลื่อนล้อหลัง

รูปแบบการทำงานของรถขับเคลื่อนล้อหน้า

 

นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่ รถขับหลัง ให้ได้มากกว่า รถขับหน้า ก็คือ เรื่องของความทนทานในการใช้งาน เนื่องจากชิ้นส่วนต่างๆ ทำงานแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน เช่น ล้อหน้ามีไว้เพื่อบังคับเลี้ยว ส่วนล้อหลังมีไว้เพื่อการขับเคลื่อนเท่านั้น ต่างกับรถขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ล้อคู่หน้าทั้งสอง ต้องทำหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและเลี้ยวในเวลาเดียวกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุของการสึกหรอในระยะยาวได้มากกว่าอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ โดยเฉพาะยางหน้า ที่ต้องรับบทบาทหนัก ด้วยน้ำหนักจากเครื่องยนต์ การบังคับเลี้ยว รวมถึงการถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นถนน

รถขับหน้า ล้วนได้รับความนิยมในยุคหลัง ด้วยเหตุผลด้านความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน

           สาเหตุที่รถยนต์ในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ได้รับความนิยมน้อยลงมากตั้งแต่หมดยุค 90 คงหนีไม่พ้นเรื่องของต้นทุนการผลิต ด้วยเหตุผลอันเนื่องมาจาก การกระจายชิ้นส่วนต่างๆ ให้อยู่ไกลกัน ย่อมต้องมีจุดเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การย้ายระบบต่างๆ มารวมเข้าไว้ด้วยกันในพื้นที่เดียว ดูจะลดต้นทุนส่วนนี้ลงไปได้อีกไม่น้อย และด้วยอีกหนึงเหตุผลสำคัญก็คือ เรื่องของพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ซึ่งหากเราลองสังเกต จะพบว่ารถยนต์ในยุคปัจจุบัน แม้จะมีขนาดที่เล็กลงกว่าเมื่อก่อน แต่กลับมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่า ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวในยุคที่ทุกอย่างล้วนต้องการความมินิมอล คือ ทำน้อย แต่ได้มาก นั่นเอง ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลไกลๆ ซึ่งแล้วแต่มุมมองโดยส่วนตัวของแต่ละบุคคล คือ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ต้องใช้ทักษะในการควบคุมที่มากกว่ารถที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า หากเกิดเหตุการไม่คาดฝันขึ้นมา จะแก้อาการ Understeer ของรถขับเคลื่อนล้อหน้า นั้นดูจะง่ายกว่าแก้อาการ Oversteer ของรถขับเคลื่อนล้อหลัง เชื่อว่า เรื่องความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ คือ เหตุผลหนึ่งที่ทำให้รถขับหน้า ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน ส่วนหากใครที่ต้องการความท้าทายในการขับขี่จากรถที่มีสมรรถนะสูง รถขับหลังอาจจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่า

ขับหลังดีๆ ยังมีอยู่ แค่ว่า…อยู่ในเงื่อนไขที่จับต้องได้ยากขึ้น

            ในท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะระบบขับเคลื่อนไหนๆ ย่อมมีข้อดี และจุดด้อยในตัวเองเสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะเลือกใช้รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งานและความเหมาะสม ซึ่งโดยส่วนตัวผู้เขียนยังเชื่อว่า รถขับหลัง ยังไม่ถึงกาลอวสานเสียทีเดียว หรือแทบไม่มีความเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้ แต่อาจถูกจำกัดรูปแบบและความหลากหลายให้แคบลงเท่านั้น อย่างไรแล้ว บรรดารถกระบะ มัสเซิลคาร์ พรีเมี่ยมซีดาน หรือสปอร์ตสมรรถนะสูง ก็ยังคงจะต้องพึ่งสิ่งที่เรียกว่า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง กันอยู่ดี…หรือพี่ว่าไง

 

เครดิต www.boxzaracing.com